odf_logo-1-2

กองทุนผู้สูงอายุ

เพื่อการคุ้มครอง ส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

วัน: 18 กันยายน 2569

รู้ทัน “ความดันโลหิตสูง”: ภัยเงียบที่ป้องกัน และรักษาได้

รู้ทัน "ความดันโลหิตสูง": ภัยเงียบที่ป้องกัน และรักษาได้

สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุที่เกิดขึ้นเอง (95%) ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์และอายุที่เพิ่มขึ้น
สาเหตุจากปัจจัยอื่น (5%) เกิดจากภาวะอ้วนมาก, การนอนไม่หลับหรือนอนกรน, การพักผ่อนไม่เพียงพอ, ความเครียด รวมถึงการรับประทานยาบางชนิด

เกณฑ์การวัดและระดับความดันโลหิต
วัดที่โรงพยาบาล ใช้เกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งแต่ 140/10 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
ใช้เกณฑ์ประมาณ 135/85 มิลลิเมตรปรอท (หรือคิดง่ายๆ ประมาณ 130/80 มิลลิเมตรปรอท)
สาเหตุที่ค่าต่างกัน การวัดที่บ้านมักมีค่าต่ำกว่าเพราะร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ส่วนการมาโรงพยาบาลอาจมีความตื่นเต้น กังวล เรื่องการหาที่จอดรถ หรือการเดินไปมา ทำให้ความดันขยับสูงขึ้นเล็กน้อย

ผลกระทบและภาวะแทรกซ้อน
อวัยวะเสื่อมสภาพส่งผลให้อวัยวะทั่วร่างกายเกิดความเสื่อม
ภาวะหลอดเลือดแข็งเกิดจากไขมันเข้าไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นและตีบแคบ เลือดจึงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ เช่น สมอง หัวใจ แขน และขา
ภาวะหลอดเลือดแตก แรงดันที่สูงมากอาจทำให้หลอดเลือดแตกได้ เช่น ภาวะเลือดออกในสมอง
อันตรายต่ออวัยวะเฉพาะส่วน ส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม สายตามองเห็นไม่ชัด และทำให้ไตเสื่อมจนถึงขั้นไตวาย

แนวทางการรักษาและดูแลตนเอง ต้องปฏิบัติตน 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่

ปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยง หากมีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ, ไม่เครียด ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานยาบางชนิด
วัดความดันสม่ำเสมอและรับประทานยา หากปรับพฤติกรรมแล้วความดันยังไม่ลดลง จำเป็นต้องรับประทานยาลดความดันตามที่แพทย์จัดให้

ข้อควรระวังและความเชื่อเรื่องการลดความดัน
ความเชื่อที่ยังไม่มีผลพิสูจน์
ความเชื่อตามโซเชียลมีเดีย เช่น การดื่มน้ำด่าง การรับประทานกระเทียม หรือการดื่มนมบางชนิด ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่ถูกต้องยืนยันว่าช่วยลดความดันได้อย่างชัดเจน
วิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว การลดน้ำหนัก การพักผ่อนให้เพียงพอ การหลีกเลี่ยงยาบางชนิด และการรับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความดันได้จริง

ข้อแนะนำ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือรับชมข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น RAMA Channel แทนการปรึกษาคนข้างบ้านหรือเชื่อข้อมูลโซเชียลทั่วไป

การวางแผนทางการเงินผ่าน พีระมิดทางการเงิน เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน

การวางแผนทางการเงินผ่าน พีระมิดทางการเงิน เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน

ฐานราก: การบริหารค่าใช้จ่าย หนี้สิน และเงินสำรองฉุกเฉิน
• เงินออมและเงินลงทุน: ควรแบ่งรายได้ประมาณ 10–30% ออกมาเป็นเงินออมและเงินลงทุนทันที
• เงินสำรองฉุกเฉิน: เป็นเงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมไว้ให้มีอย่างน้อย 3–6 เท่า ของค่าใช้จ่ายต่อเดือน โดยฝากไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากธนาคาร กองทุนรวมตลาดเงิน หรือตราสารหนี้ระยะสั้น
• การบริหารหนี้สิน: ภาระหนี้สินรวมไม่ควรเกิน 35–45% ของรายได้ หากไม่รวมหนี้บ้าน ควรควบคุมไม่ให้เกิน 15–20% เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินในระยะยาว

ตัวอย่างการจัดสรรรายได้ (คิดจากรายได้ 100 บาท):
กรณีไม่มีหนี้บ้าน: ออม 10 บาท, ชำระหนี้ 20 บาท, เหลือใช้จ่าย 70 บาท
กรณีรวมหนี้บ้าน: ออม 10 บาท, ชำระหนี้ 35 บาท, เหลือใช้จ่าย 55 บาท

การป้องกันความเสี่ยง
• ทำประกันภัยเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งประกันภัยทรัพย์สิน (เช่น บ้าน รถ) และประกันบุคคล (เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และประกันอุบัติเหตุ)

การออมและการลงทุนตามเป้าหมาย
• ระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี): เน้นสภาพคล่อง เช่น ฝากธนาคาร กองทุนรวมตลาดเงิน หรือตราสารหนี้ระยะสั้น
• ระยะปานกลาง (3–7 ปี): เลือกลงทุนในกองทุนรวมผสม หรือพอร์ตลงทุนความเสี่ยงระดับปานกลาง
• ระยะยาว (7 ปีขึ้นไป): ใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ ยูนิตลิงค์ หรือพอร์ตลงทุนความเสี่ยงปานกลางถึงสูง

การวางแผนภาษีและการวางแผนมรดก
• การวางแผนภาษี: บริหารจัดการตามประเภทเงินได้พึงประเมินและใช้สิทธิลดหย่อนต่าง ๆ เช่น ค่าลดหย่อนบุตร บิดามารดา ผู้พิการ เงินบริจาค และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
• การวางแผนมรดก: ทำพินัยกรรมเพื่อส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาทหรือบุคคลที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และลดปัญหาความขัดแย้งในอนาคต
ตัวอย่างการนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง
• กรณีแม่ค้าขายของที่มีกำไรวันละ 1,000 บาท ได้แบ่งเงินออม 100 บาท (10%) จ่ายหนี้ 200 บาท (20%) และเหลือไว้ใช้จ่ายวันละ 700 บาท (70%) ช่วยให้บริหารเงินได้เป็นระบบและลดความเครียดลงได้
ติดต่อขอรับบริการ
ส่วนกลาง : กองทุนผู้สูงอายุ
เลขที่ 255 อาคารพิชเยนทรโยธิน
ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์ เด็กหญิงบ้านราชวิถี
ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทรศัพท์กลาง : 02-354-6100 ถึง 6106
เบอร์โทรสาร (Fax) : 02-354-6107
ที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์ : กรมกิจการผู้สูงอายุ
เลขที่ 1034 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(อาคารใหม่) ชั้น 6 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
ส่วนภูมิภาค: ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดทุกจังหวัด

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ

255 อาคารพิชเยนทรโยธิน ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6100 ถึง 6106 หมายเลขโทรสาร (Fax) 02-354-6107 | อีเมล olderfund@dop.mail.go.th

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
5