odf_logo-1-2

กองทุนผู้สูงอายุ

เพื่อการคุ้มครอง ส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

อาการเจ็บหน้าอกในผู้สูงอายุ

อาการเจ็บหน้าอกในผู้สูงอายุ

สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก
• โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด / เส้นเลือดหัวใจตีบ: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ มักเจ็บบริเวณกลางหน้าอก รู้สึกแน่นเหมือนมีของหนักมาทับหรือโดนผ้ารัด อาจมีอาการปวดร้าวไปที่กราม แขน หรือคอ โดยทั่วไปมักเจ็บนานประมาณ 1–5 นาที
• โรคเส้นเลือดใหญ่แอออร์ตาปริ/ตีบ: เจ็บกลางหน้าอกและมีอาการเจ็บร้าวทะลุไปถึงหลัง ลักษณะเจ็บเหมือนโดนมีดแทง และคลำพบชีพจรที่แขนหรือขาได้ไม่เท่ากัน
• ระบบทางเดินอาหาร / กรดไหลย้อน: มักมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และอาการจะแย่ลงเมื่ออยู่ในท่านอน
• กระดูกอ่อนหน้าอกอักเสบ: มีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน เมื่อกดลงไปบริเวณกระดูกอ่อนจะรู้สึกเจ็บทันที
• โรคงูสวัด: ในระยะแรกที่ยังไม่ปรากฏตุ่มใสชัดเจน ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการเจ็บหรือเมื่อยบริเวณหน้าอกได้

ปัจจัยเสี่ยง
• ช่วงอายุ: การเป็นผู้สูงอายุ
• โรคประจำตัว: โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
• พฤติกรรมและการดำเนินชีวิต: การสูบบุหรี่, ภาวะอ้วน และความเครียด

อาการร่วมและสัญญาณเตือนอันตราย
• มีอาการเหงื่อออกตามร่างกาย, เหนื่อยง่าย หรือทำกิจกรรมได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (เช่น เคยเดินขึ้นบันไดได้สะดวก แต่ปัจจุบันเดินเพียง 1–2 ชั้นก็ต้องหยุดพัก)
• วิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม และชีพจรเต้นเร็ว
• ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะหมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นได้
• ข้อควรระวัง: ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง อาการเจ็บหน้าอกอาจไม่แสดงออกชัดเจนตามลักษณะทั่วไป หากสงสัยควรรีบพบแพทย์

การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือฉุกเฉิน
• ผู้ที่ไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจ: หากพบอาการเจ็บหน้าอกที่เข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากการรักษาแข่งกับเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
• ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดหัวใจตีบอยู่แล้ว:
ให้ผู้ป่วยอมยาอมใต้ลิ้นประจำตัว 1 เม็ด
หากผ่านไป 5 นาทียังไม่หาย สามารถอมเม็ดที่ 2 ได้
หากอมครบ 3 เม็ด หรือผ่านไป 15 นาทีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ข้อสังเกต: ยาอมใต้ลิ้นมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้ความดันเลือดตกลงได้ หากไม่มั่นใจควรรีบพามาโรงพยาบาลทันที
• การใช้ยาแอสไพริน: หากสงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างมาก อาจให้เคี้ยวยาแอสไพรินขนาด 300–325 มิลลิกรัม 1 เม็ด แล้วกลืนทันที (ต้องมั่นใจว่าไม่มีประวัติแพ้ยา หรือไม่มีภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร)
• ประโยชน์ของการรักษาเร็ว: การถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วช่วยให้แพทย์เปิดเส้นเลือดด้วยยาหรือการทำบอลลูนได้ทันเวลา ช่วยลดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ อัตราการพิการ และลดโอกาสเสียชีวิต

แนวทางการป้องกัน
• งดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่
• ควบคุมโรคประจำตัว (ความดันโลหิต, เบาหวาน, ไขมันสูง) ให้อยู่ในเกณฑ์ดี
• ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
• ควบคุมน้ำหนักตัว และผ่อนคลายความเครียด
ติดต่อขอรับบริการ
ส่วนกลาง : กองทุนผู้สูงอายุ
เลขที่ 255 อาคารพิชเยนทรโยธิน
ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์ เด็กหญิงบ้านราชวิถี
ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทรศัพท์กลาง : 02-354-6100 ถึง 6106
เบอร์โทรสาร (Fax) : 02-354-6107
ที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์ : กรมกิจการผู้สูงอายุ
เลขที่ 1034 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(อาคารใหม่) ชั้น 6 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
ส่วนภูมิภาค: ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดทุกจังหวัด

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ

255 อาคารพิชเยนทรโยธิน ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6100 ถึง 6106 หมายเลขโทรสาร (Fax) 02-354-6107 | อีเมล olderfund@dop.mail.go.th

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
2